นายสุริยา บุญเรืองยศศิริ พัฒนาการจังหวัดนครปฐม เป็นประธานเปิดโครงการส่งเสริมการออมและพัฒนาทักษะการบริหารจัดการทางการเงินของครอบครัวและชุมชน กิจกรรมที่ 2: ส่งเสริมการออมและพัฒนาทักษะทางการเงิน (Financial Literacy) ณ ห้องประชาลีมงคลอาสน์ ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดนครปฐม โดยมี นางสาวนาฏยา ศรีสายันต์ ผู้อำนวยการกลุ่มงานสารสนเทศการพัฒนาชุมชน กล่าวรายงาน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง
สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดนครปฐม โดยกลุ่มงานสารสนเทศการพัฒนาชุมชน ได้กำหนดดำเนินกิจกรรมลงพื้ ณ ที่ทำการกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตเป้าหมาย ในช่วงไตรมาสที่ 2-3 (เดือนกุมภาพันธ์ – มิถุนายน 2569) ผ่านการขับเคลื่อนของสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอ เพื่อยกระดับทักษะการจัดการเงินให้แก่ประชาชน มุ่งเป้าแก้จน พึ่งพาตนเองตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง
โครงการนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเสริมสร้างความรู้และทักษะการบริหารจัดการทางการเงินให้ประชาชนสามารถจัดการรายรับ-รายจ่ายของครอบครัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยใช้กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตเป็นเครื่องมือสำคัญในการส่งเสริมการออม เพื่อให้ประชาชนมีทักษะในการประกอบอาชีพ สร้างรายได้ และสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน
กลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมโครงการรวมทั้งสิ้น 90 คน ประกอบด้วย:
1.สมาชิกกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต
2.ประชาชนในหมู่บ้านที่ยังไม่ได้เป็นสมาชิกกลุ่มฯ
3.ครัวเรือนเป้าหมายที่ตกเกณฑ์ในระบบ TPMAP ซึ่งเป็นกลุ่มที่จังหวัดให้ความสำคัญเป็นลำดับต้นๆ ในการแก้ไขปัญหาความยากจน
แนะแนวทางแก้ปัญหาและวางแผนออมเพื่ออนาคต
ในการอบรมครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก นายกฤตภัค กตัญชลี วิศวกรชำนาญการพิเศษ สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินภูมิภาคที่ 3 (จังหวัดนครปฐม) เป็นวิทยากรบรรยายในหัวข้อสำคัญ ได้แก่ การวิเคราะห์ปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินงานกลุ่มออมทรัพย์ที่ผ่านมา, การบริหารจัดการทางการเงินตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง รวมถึงเทคนิคการวางแผนการใช้จ่ายและการสร้างเงินออมเพื่ออนาคต
นายสุริยา บุญเรืองยศศิริ พัฒนาการจังหวัดนครปฐม กล่าวว่า "การสร้างทักษะทางการเงิน หรือ Financial Literacy ไม่ใช่แค่เรื่องของการเก็บเงินเท่านั้น แต่คือการสร้างภูมิคุ้มกันให้ครอบครัว โดยเฉพาะครัวเรือนในระบบ TPMAP หากบริหารจัดการเงินเป็น จะช่วยลดภาระหนี้สินและสร้างความอบอุ่นในครอบครัวให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม"
สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดนครปฐม เชื่อมั่นว่าโครงการนี้จะเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความเข้มแข็งจากฐานราก และเปลี่ยนวิถีชีวิตประชาชนให้มีความมั่นคงทางการเงินสืบไป